อยากเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพต้องรู้การฝึกตีกอล์ฟในลักษณะต่างๆ   

การฝึกตีกอล์ฟนั้น เรามีลักษณะการตีที่ถูกต้อง ซึ่งลักษณะการตีกอล์ฟนั้นก็มีด้วยกัน 2 ลักษณะ นั่นก็คือ การตีแบบสวิง และการตีแบบสโตรค สำหรับการตีกอล์ฟในลักษณะสโตรค จะเป็นการตีที่เคลื่อนไหวอยู่บนเส้นเป้าหมาย ไม่ซับซ้อน แบ่งออกได้เป็น 2 แบบ ได้แก่

1.การพัตต์  เป็นการตีลูกให้กลิ้งลงไปที่หลุม โดยการตั้งท่ายืนให้น้ำหนักตัวค่อนมาทางเท้าซ้าย ไม่เกร็งหัวไหล่และข้อมือ รักษาสามเหลี่ยมเล็กๆ ตั้งแต่ข้อศอกลงไปหามือ จากกนั้นก็ใช้พัตเตอร์แทนมือขวาหรือกลิ้งลูกกอลืฟไปที่หลุม

โดย 60% ของเกมทั้งหมด การพัตต์และการเล่นลูกสั้นที่ไม่ต้องการความแข็งแรงมากนัก มีความสำคัญกับเกมกอล์ฟเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังฝึกง่าย และเป็นเร็ว สามารถขยายไปสูซ็อตที่ยากๆได้

2.การชิพ เป็นลักษณะของการโยนลูกให้ตกก่อน แล้ววิ่งเข้าหาหลุม โดยลูกชิพนี้เหมือนกับเป็นส่วนที่ต่อมาจากการพัตต์ เนื่องจากความมุ่งหมายคือ การทำให้ลูกลอยข้ามหญ้ายาวไปตกบนผิวกรีนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วให้ลูกวิ่งไปที่หลุม

ส่วนการตีกอล์ฟในลักษณะสวิงนั้น จะเป็นการตีที่เกิดจากการทำงานร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของมือ คู่แขน ลำตัว และฐานล่างและฐานบนหรือศีรษะ อันเป็นโครงสร้างรองรับสวิงที่สำคัญ โดยจะเคลื่อนไหวรอบๆแกนสวิงหรือศูนย์กลางสวิง แบ่งออกได้เป็น 2 แบบ ได้แก่

1.การพิทช์ เป็นการโยนลูกให้ไปตกใกล้ๆหลุม โดยลูกพิชจะใช้สำหรับตีในระยะห่างจากกรีน

ประมาณ 10 – 70 หลา เป็นเหมือนการตีแบบย่อสวิงให้แคบเล็กลงมา ส่วนใหญ่จะสวิงตีด้วยแขนและไหล่

2.การระเบิดทราย เป็นการตีตัดเฉือนผ่านทรายใต้ลูก ให้หอบลุกขึ้นไป โดยการตั้งท่าให้น้ำหนักตัวค่อนมาทางเท้าซ้าย ขึ้นไม้ในมุมชัน ตีในลักษณะตัดเฉือนนอกเข้าใน ลงไปที่ทรายหลังลูก 1 – 3 นิ้ว ตามระยะใกล้ไกล รักษามือขวาให้หงายตลอดการสวิงตี

อย่างไรก็ตามการพัตต์ การชิพและการพิทช์ โดยทฤษฎีแล้ว การตีจะมีในลักษณะของทั้งสวิงและสโตรค แต่ในปัจจุบันนักเล่นกอล์ฟส่วนใหญ่จะพัตต์หรือลูกชิพในลักษณะสโตรคเป็นส่วนใหญ่ หากการเล่นลูกพิทช์มักจะเล่นเหมือนลูกชิพ แต่จะต่างกันที่ขึ้นไม้มีมุมที่ชันมากกว่า

หากไม่มีความลาดเอียงใดๆ เส้นที่ลากจากกลางหลุมมากึ่งกลางของลูกกอล์ฟ เรียกเส้นนี้ว่า “ทาร์เก็ตไลน์” หรือ “เส้นเป้าหมาย”  การตีในลักษณะสโตรคทั้งหมดพัตเตอร์หรือเวดจ์หรือเหล็ก จะทำงานโดยหน้าที่ของมันตั้งฉากกับเส้นนี้ตลอดการเคลื่อนไหว ส่วนการตีในลักษณะสวิงจะมีแกนลำตัวเป็นศูนย์กลางสวิง การเคลื่อนไหวจึงเป็นเส้นโค้งพันล้อมรอบศูนย์กลางสวิงนี้ตลอดการเคลื่อนไหว นี่คือความแตกต่างในการเคลื่อนไหวของการตีทั้งสองลักษณะนั่นเอง